ReadyPlanet.com
dot dot
dot
สินค้าร้าน42
dot
เสื้อยืดคอกลมและคอวี cotton20
เสื้อยืดคอกลมและคอวี cotton32
เสื้อคอปก เสื้อโปโล
dot
บริการสกรีนเสื้อ รับปักเสื้อ รับผลิตเสื้อ
dot
รับสกรีนเสื้อยืด รับสกรีนเสื้อโปโล
รับปักเสื้อ รับปะเสื้อ
สั่งเสื้อตัวเดียว สกรีนเสื้อของขวัญสุดพิเศษ อยากมีเสื้อไม่เหมือนใคร รับสกรีนเสื้อ สกรีนเสื้อ 1 ตัว สกรีนเสื้อจำนวนน้อย สกรีนเสื้อภาพเหมือน
dtg digital textile printing on tshirt พิมพ์ดิจิตอล
dot
ผลงาน ตัวอย่างงาน
dot
Thailand+trip เสื้อแหล่งท่องเที่ยว เสื้อสกรีนจังหวัด เสื้อท่องเที่ยว
ผลงานเสื้อแบบอื่นๆ
ผลงานที่ผ่านมา
dot
สั่งเสื้อ
dot
bulletแบบเสื้อ
bulletสีเสื้อ C32 เซมิ
bulletสีเสื้อ C20 เซมิ
bulletใบสั่งซื้อเสื้อ
bulletขั้นตอนสั่งเสื้อออเดอร์
bulletส่งคำยืนยันการโอน
dot
ร่วมงานกับเรา
dot
bulletตัวแทนจำหน่ายเสื้อ
bulletรับสมัครขาจักร
bulletรับสมัครโรงสกรีน
bulletงานออกแบบ-เขียนลาย
bulletทีมงานฝ่ายขาย
promotion
dot
สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ
dot
bulletท่องเที่ยวทั่วไทย
bulletพังงา
bulletกาญจนบุรี
bulletนครปฐม
dot
บทความ
dot
bulletความรู้เรื่องการพิมพ์ผ้า
bulletความรู้เรื่องผ้า cotton
dot
link เพื่อนบ้าน
dot
bulletรายชื่อบริษัทขนส่งเอกชน
bulletรหัสไปรษณีย์ทั่วไทย
bulletค้นหาสิ่งของฝากส่งทางไปรษณีย์
bulletเบอร์โทรที่ทำการไปรษณีย์
bulletประกาศและแจ้งเตือน
bulletแลกลิงค์
dot
สมาชิก
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
ผู้เข้าชมขณะนี้
ยังไม่มีสมาชิกที่ล็อกอินในขณะนี้
bulletบุคคลทั่วไป 18 คน
dot
dot
สมัครรับข่าวสาร

dot


Msn bot last visit powered by Scriptme
Yahoo bot last visit powered by Scriptme
Google bot last visit powered by Scriptme
รับทำเสื้อ ผลิตเสื้อ ขายส่งเสื้อยืด เสื้อสีพื้น รับสกรีนเสื้อ รับปักเสื้อ เสื้อท่องเที่ยว
เครื่องสำอางนำเข้า จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ขายส่งเครื่องสำอาง
กล้องวงจรปิด


ค้นหาใน T-SHIRTTHAI.COM
ค้นหาใน GOOGLE.CO.TH



การพิมพ์ผ้า การสกรีนผ้า

การพิมพ์ผ้า การสกรีนผ้า


งานพิมพ์ direct print 
1.งานพิมพ์  direct   print   เป็นงานพิมพ์ที่เป็นการพิมพ์ลงไปบนผ้าโดยตรงโดยใช้วัตถุดิบและสารเคมีที่ เหมาะสมกับกระบวนการผลิตนั้นๆ  ซึ่งมีกระบวนการผลิตดังนี้
1.1  การพิมพ์ผ้าเป็นหลา  ซึ่งมีกระบวนการพิมพ์หลายวิธีดังนี้
      1.1.1  การพิมพ์โดยพิมพ์เป็นสีโดยใช้แป้งพิมพ์ลงไปโดยตรงบนผ้าซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดเส้นใยนั้นๆคือ
         - ผ้าโพลีเอสเตอร์  จะใช้สีพิมพ์ disperse ผสมกับแป้งพิมพ์ที่ทำมาจาก gum ซึ่งขึ้นอยู่กับ ชนิดโครงสร้างผ้าและลักษณะเส้นใยที่นำมาใช้ในการผลิตผ้า     และลักษณะของลายพิมพ์ซึ่งขึ้นอยู่กับเทคนิค
การพิมพ์ของช่างเทคนิคในแต่ละโรงงานนั้นๆ 
        - ผ้าฝ้ายและผ้าเรยอนหรือผ้าสปัน    ซึ่งจะใช้สีพิมพ์  reactive   ผสมกับแป้งพิมพ์ทำมาจาก  เคมีจำ
พวกแอลจิเนต   หรืก  พวก gum
      - ผ้าไนล่อน และ ผ้าไหม  จะใช้สีพิมพ์  acid   เป็นต้น
         1.1.2 การพิมพ์แบบ discharge เป็นการพิมพ์แป้งพิมพ์ที่ผสมสารเคมีประเภทสารฟอกสีลงไปบนผ้า
ย้อมสีเพื่อให้เกิดเป็นลายพิมพืหลังจากที่ผ้าที่พิมพ์ได้ผ่านกระบวนการอบและซักแล้วจึงจะเห็นลักษณะลายพิมพ์
ที่ สวยงาม   ซึ่งงานพิมพ์ประเภทนี้จะไม่เห็นลอยต่อของลายพิม์เวลาที่พิมพ์แล้วบล็อก เคลื่อน   เราสามารถดูงานพิมพ์ประเภทนี้ได้ว่าเป็นงานแบบนี้หรือไม่หลังจากทำเป็นเสื้อ ผ้าแล้วโดยดูจากด้านในตัวเสื้อจะเห็นลายพิมพ์ทะลุออกมาทางด้านหลังผ้าเนื่องจากสารเคมีที่ใช้ในการพิมพ์กัดสีผ้าจนทะลุออกมาด้านลังลายพิมพ์
          1.1.3 การพิมพ์แบบ  resist  เป็นการพิมพ์แบบกันสี    ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดที่มีลักษณะการทำงานพิมพ์ที่คล้ายกันก็คือ  งานบาติก   ที่มีลักษณะงานพิมพ์ที่คล้ายกับการพิมพ์  resist   การพิมพ์แบบนี้จะเป็นการพิมพ์โดยพิมพ์แป้งพิมพ์ที่มีสารกันสี    แล้วนำผ้าที่พิมพ์เสร็จแล้วไปย้อมสีโดยการย้อมแบบ padding  แล้วนำผ้าที่ได้ไปผ่านกระบวนการซัก    ก็จะเห็นเป็นลักษณะงานพิมพ์ที่สวยงาม  
          1.1.4 การพิมพ์แบบ  burn  out  เป็นการพิมพ์แบบใช้สารเคมีเข้าไปทำลายเส้นใยผ้าเพื่อให้เกิดเป็นลวดลายที่ สวยงาม   ซึ่งการพิมพ์แบบนี้จะใช้กับการพิมพ์ผ้าที่มีส่วนผสมของเส้นใย  polyester  กับ  cotton โดยในการพิมพ์แป้งพิมพ์ที่ผสมสารเคมีที่ทำลายเส้นใย cotton จะไปทำลายเส้นใยหลังจากนำผ้าที่พิมพ์ไปผ่านกระบวนการอบและซัก    ก็จะเห็นช่องว่างของเส้นใยที่ถูกทำลายไปเหลือแต่เส้นใย  polyester 
        1.1.5  การพิมพ์แบบ digital  print   เป็นการพิมพ์งานที่ใช้เครื่องพิมพ์ที่มีลักษณะคล้ายกับ printer
ของคอมพิวเตอร์แต่มีขนาดใหญ่กว่า  โดยในกระบวนการผลิตจะต้องนำผ้ามาทำ  treatment ก่อนนำผ้าไปเข้า
เครื่องพิมพ์ซึ่งกระบวนการก็จะคล้ายกับการพิมพ์ผ้าหลาในแบบข้างต้น   แต่จะต่างกันตรงที่ผ้าที่จะต้องพิมพ์
จะ ต้องไปลามิเนตแป้งพิมพ์บนผ้าก่อนแล้วทำให้แห้ง   แล้วจึงนำผ้าที่ได้ไปเข้าเครื่องพิมพ์เพื่อพ่นสีใส่ผ้าให้เกิดเป็นลวดลาย ต่างๆ  แล้วก็ต้องนำผ้าชนิดนั้นๆไปผ่านการอบไอน้ำและการซักเพื่อขจัดคราบเคมีบนผ้า ออกจึงจะสามารถนำไปให้ลูกค้าได้ซึ่งในการพิมพ์นั้นก็จะขึ้นอยู่กับผ้า ที่ใช้กับสีที่ใช้ในการพิมพ์นั้นๆซึ่งขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของสีพิมพ์ของแต่ ละบริษัท

2.การพิมพ์ indirect หรือการพิมพ์ transfer ในกระบวนการพิมพ์ผ้าหลา   เป็นการพิมพ์สีพิมพ์ใส่วัสดุประเภทกระดาษแล้วนำกระดาษที่พิมพ์แล้วมารีดใส่ ผ้าโดยใช้ลูกกลิ้งความร้อน   โดยในการผลิตจะใช้เครื่องพิมพ์
ที่เรียกว่า กราเวีย  ซึ่งเป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้ในการพิมพ์งาน  พลาสติก   แต่ในการพิมพ์ผ้าจะใช้กระดาษแทนพลาสติก  โดยสีพิมพ์ที่ใช้จะเป็นสี  disperse ที่มีค่า migration  สูงๆ โดยในการพิมพ์ประเภทนี้จะใช้ในการพิมพ์พวกเสื้อผ้ากีฬา  ซึ่งมีลวดลายที่หลากหลายขึ้นอยู่กับแบบของทีมกีฬานั้นๆ  ส่วนใหญ่จะพิมพ์ในผ้าที่เป็นเส้นใย polyester  100 %  ที่เป็นผ้า knit ธรรมดา หรือ  ผ้า knit ที่ผสมเส้นใย spandex  เพื่อความนุ่มสบายในการสวมใส่   
    การพิมพ์แบบเป็นชิ้น ( แบบ direct   print )
     ในปัจจุบันจะมีโรงงานที่เป็นอุตสาหกรรมทำเสื้อผ้าสำเร็จรูปซึ่งจะมีทำงานพิมพ์แบบเป็นชิ้นซึ่งปัจจุบันมีการ
ทำ งานในโรงงานที่เป็นโรงงานขนาดใหญ่ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนไม่สูงมากเหมือน อุตสาหกรรมพิมพ์ผ้าหลาซึ่งในกระบวนการพิมพ์ผ้าชิ้นจะมีรูปแบบการพิมพ์อยู่ ดังนี้
   1.การพิมพ์สียาง ( rubber    print )   การพิมพ์สียางเป็นการพิมพ์แป้งพิมพ์ชนิด waterbase  ลงไปบนผ้า
ซึ่งสียางสามารถพิมพ์ลงไปบนผ้าได้เกือบทุกเส้นใยขึ้นอยู่กับชนิดของสียางที่ผลิตมาจากโรงงานผู้ผลิต   ซึ่งสียาง
สามารถพิมพ์ลงไปบนผ้าได้เกือบทุกชนิด   ยกตัวอย่างเช่นผ้าที่ทำจากเส้นใย polyester บางเนื้อผ้าที่มีการทำ
ปรับสภาพเนื้อผ้าเพื่อให้เหมาะกับการสวมใส่จึงทำให้เวลาพิมพ์ ตัวแป้งพิมพ์ไม่สามารถยึดเกาะกับเส้นใยได้ไม่ดี
ต้องใช้สารเคมี crosslinking   agent  ที่มีการยึดเกาะที่มีความเข้มข้นสูงมาใช้ในการพิมพ์ซึ่งเวลาใช้ให้เทสต์
งาน ก่อนทำการผลิตจริงเพราะ  เคมีที่มีการยึดเกาะที่ดีก็จะมีการข้อเสียคือทำให้สีที่พิมพ์ลงไปมีความแข็ง และจะมีปัญหาทำให้ดึงแล้วแตกหลังจากพิมพ์เสร็จแล้ว    และจะมีปัญหาในกรณีที่ทิ้งไว้นานๆแล้วสีจะกรอบ
  2.การพิมพ์สีพลาสติซอล ( plastisol    print ) การพิมพ์สีพลาสติซอลเป็นสีพิมพ์ที่มีส่วนผสมของ pvc และสารเคมีพวก  plastiziser   ซึ่งเป็นสาเหตุของสารก่อเกิดมะเร็ง  ซึ่งในเสื้อผ้าที่เป็นยี่ห้อแบรนด์เนมที่ขาย
ให้กับประเทศแถบยุโรปและประเทศอเมริกา   จะห้ามพิมพ์สีพิมพ์ที่มีส่วนผสมของ pvc และ plastiziser
ซึ่งในปัจจุบันในสินค้าแบรนด์ส่วนใหญ่จะให้พิมพ์สียาง
   3.การพิมพ์กำมะหยี่ ( direct  flock   print )  การพิมพ์กำมะหยี่ลงไปบนผ้าโดยตรงจะใช้วิธีการพิมพ์กาวลงไปบนผ้าแล้วใช้ เครื่องพ่นขนกำมะหยี่ลงไปบนผ้าหลังจากพิมพ์กาวเสร็จแล้ว    โดยจะทำการพ่นขนกำมะหยี่ลงไปบนผ้าทีละสี     ในการพิมพ์กำมะหยี่โดยตรงจะมีวิธีการพิมพ์อยู่  2 แบบ โดยพิมพ์ลงไปบนโต๊ะพิมพ์โดยพิมพ์
ลงไปทีละสีแต่จะมีปัญหาเรื่องของการฟุ้งกระจายของขนกำมะหยี่ในโรงงาน   แต่ในปัจจุบันจะมีเครื่องพิมพ์แบบ
วงกลมซึ่งจะมีกล่องพ่นขนกำมะหยี่โดยจะพ่นลงเฉพาะลาย    โดยในเครื่องพิมพ์แบบนี้จะมีหลายแป้นพิมพ์
โดยจะมีแป้นที่พิมพ์กาวและแป้นที่พ่นกำมะหยี่โดยในการพิมพ์แบบนี้จะไม่มีเรื่องการฟุ้งกระจายของขนกำมะหยี่
เพราะการพ่นแบบนี้จะพ่นโดยใช้กล่องพ่นลงไปบนลายพิมพ์ที่มีการพิมพ์กาวอยู่จะไม่มีการฟุ้งกระจายเพระถูกควบคุมโดยกล่องพ่น
    4.การพิมพ์ discharge   เป็น การพิมพ์แบบกัดสีซึ่งผ้าที่ใช้ในการพิมพ์ส่วนใหญ่จะเป็นผ้า cotton ที่มีการย้อมสีกลุ่ม  ไวนิลซัลโฟน   ซึ่งสีพิมพ์ที่ใช้จะเป็นกลุ่มที่มีการใช้สารฟอกสี    ซึ่งสีที่ใช้ในการพิมพ์จะเป็นแป้งพิมพ์ประเภทปิกเมนต์ผสมกับสารเคมีที่เป็น สารฟอกสี     ในเวลาพิมพ์งานพิมพ์ประเภทนี้ไม่สามารถผสมสาร
ฟอกสีทิ้งไว้ ได้เพราะจะเกิดปฏิกิริยาทำให้สีพิมพ์ไม่สามารถทำปฏิกิริยาได้เต็ม ประสิทธิภาพจะทำให้การกัดสีพิมพ์ไม่สามารถทำให้ได้ชิ้นงานที่มีการกัดสี พิมพ์ที่สม่ำเสมอ   ในการพิมพ์งานประเภทนี้การที่จะทำให้งานมี
ประสิทธิภาพ ได้จะขึ้นอยู่กับน้ำหนักของมือพิมพ์ในการพิมพ์งานและส่วนผสมทางเคมีที่ใช้ใน การพิมพ์ต้องผสมได้ตามเปอร์เซ็นต์ที่ทางบริษัทผู้ผลิตเป็นผู้กำหนด    ในการพิมพ์ประเภทนี้ถ้าจะให้การกัดสีมีประสิทธิภาพต้อง
พิมพ์งานแล้วทำการอบสีเลยถึงจะมีประสิทธิภาพของงานพิมพื
   5.การพิมพ์ resist   เป็นการพิมพ์แบบกันสีซึ่งส่วนใหญ่ในการพิมพ์ผ้าชิ้นยังไม่มีคนทำ     แต่ส่วนใหญ่จะทำในการทำงานแบบบาติก  ซึ่งจะใช้การมัดผ้าหรือการเขียนเทียนไขลงไปบนผ้าแล้วทำการย้อม   ซึ่งยังมีการทำทีไม่แพร่หลายมากนักเพราะเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับงานฝีมือและ แรงงาน  
    6.การพิมพ์ฟอยล์     เป็นการพิมพ์กาวลงไปบนผ้าตามลวดลายที่กำหนดแล้วนำผ้าที่พิมพ์กาวแล้วไปรีดฟอยล์
โดยใช้เครื่องรีดโดยรีดที่อุณหภูมิ  ประมาณ  140 – 160 องศาเซลเซียส
    7.การพิมพ์ HIDEN   เป็นการพิมพ์งานแบบให้ลายพิมพ์มีความหนากว่าการพิมพ์งานแบบทั่วไป   โดยในการพิมพ์งานแบบ  HIDEN  จะมีเทคนิคการพิมพ์ อยู่  2 แบบคือ
     - การพิมพ์แบบใช้เคมีพิมพ์ที่เป็นกลุ่ม WATERBASE  โดยในการพิมพ์งานแบบนี้จะใช้เทคนิคการถ่ายบล็อกให้มีความหนาและก็ใช้เคมีใน การพิมพ์ที่มีความหนาแน่นในโครงสร้างสูงซึ่งเวลาพิมพ์อาจจะต้องใช้การพิมพ์ หลายรอบ   ขึ้นอยู่กับความหนาของบล็อกพิมพ์และความเหนียวของแป้งพิมพ์ซึ่งต้องมีความ หนืดมากกว่า
การพิมพ์งานโดยทั่วไป    และในการพิมพ์สีพิมพ์จำพวกนี้จะมีปัญหาเรื่องของการพิมพ์บล็อกจะตันอยู่เป็นประจำ
ซึ่งต้องแก้ไขโดยใช้สารเติมแต่งที่เป็นพวก WETTING   AGENT  ลงไปในแป้งพิมพ์เพื่อช่วยไม่ให้บล็อก
ตันง่ายจนเกินไป    และในการพิมพ์งานประเภทนี้ในโรงงานไม่ควรมีอากาศที่อบอ้าวมากเพราะจะทำให้สีแห้งไว
ถึงแม้จะมีการเติมสารเติมแต่งลงไปก็ตาม
  - การพิมพ์โดยใช้สีพิมพ์พวกกลุ่ม  PLASTISOL  จะมีการพิมพ์ที่คล้ายกับการพิมพ์ในกลุ่ม  WATERBASE  แต่จะดีกว่าตรงที่พิมพ์แล้วบล็อกไม่ตัน   และในการพิมพ์งานไม่ต้องพิมพ์รอบมากเท่ากับ
การพิมพ์ WATERBASE  ซึ่งถ้าพิมพ์ในเครื่องพิมพ์อัตโนมัติน่าจะได้งานมากกว่าการพิมพ์โดยใช้คนพิมพ์
                

 ในการพิมพ์งานแบบ  TRANSFER   จะมีการพิมพ์งานอยู่  2 แบบคือ
      1.การพิมพ์งาน transfer  เป็นแบบการพิมพ์สีพิมพ์ลงไปบนกระดาษหรือลงไปบนแผ่นฟิล์ม   แล้วก็จะมีการพิมพ์กาวทับลงไปบนสีพิมพ์เพื่อที่จะได้มีการยึดเกาะลงไปบนผ้า ได้   โดยเทคนิคในการพิมพ์งานประเภทนี้จะมีอยู่หลายแบบดังนี้คือ
        - การพิมพ์โดยใช้เครื่องพิมพ์กึ่งอัตโนมัติ   โดยพิมพ์สีพิมพ์ผ่านบล็อกสกรีนแล้วก็จะมีการพิมพ์กาวทับลงไปอีกครั้ง   โดยในการพิมพ์แบบนี้จะพิมพ์ได้เฉพาะงานพิมพ์ที่ไม่มีความละเอียดมากนัก เช่น   การพิมพ์ป้ายไซด์
สำหรับการรีดติดคอเสื้อซึ่งจะไม่มีรายละเอียดมากในส่วนของลวดลาย
       - การพิมพ์โดยใช้เครื่องพิมพ์ offset  ซึ่งจะมีการพิมพ์ที่ละเอียดกว่าการพิมพ์แบบสกรีน  แต่จะเหมาะสมการพิมพ์แบบ ภาพเสมือน   เพราะในการพิมพ์จะพิมพ์แบบพิมพ์  4 สี  โดยในการพิมพ์แบบนี้จะใช้เครื่องพิมพ์
ที่มีหัวพิมพ์  4 หัวพิมพ์โดยจะใช้เพลทในการพิมพ์ซึ่งจะใหค่าความละเอียดของลายพิมพ์มากกว่าการพิมพ์งาน
แบบสกรีน  แต่จะไม่เหมาะกับการพิมพ์แบบสีตายเช่นการพิมพ์ป้ายไซด์   
     - การพิมพ์โดยใช้เครื่องพิมพ์  inkjet  พิมพ์ลงไปบนวัสดุประเภท polyurethane   ซึ่งมีการเคลือบกาวที่
ด้าน หลัง  โดยในการพิมพ์แบบนี้จะมีต้นทุนที่สูงกว่าการพิมพ์งานแบบสกรีนและก็จะมีกำลัง การผลิตที่ต่ำกว่าการพิมพ์แบบสกรีน   และในการพิมพ์งานแบบนี้ไม่ต้องมีการพิมพ์กาวลงไปบนลายพิมพ์ไม่เหมือนการ พิมพ์ในแบบข้างต้น

      2.การพิมพ์งาน transfer ที่ใช้สีพิมพ์ disperse  หรือ  เรียกอีกอย่างว่าการพิมพ์แบบ  sublimation  ในการพิมพ์แบบนี้จะพิมพ์ได้กับเส้นใยที่เป็นโพลีเอสเตอร์และไนล่อน    และจะต้องรีดงานที่อุณหภูมิ  200 – 210 องศาเซลเซียสซึ่งในการพิมพ์นี้จะใช้หลักการทางเคมีของสีในการแทรกซึมเข้าไป ในเส้นใยไม่เหมือนงาน transfer  ที่อาศัยกาวในการยึดเกาะกับเส้นใย   ซึ่งจะมีเทคนิคการพิมพ์ดังนี้
     - การพิมพ์โดยใช้เครื่องพิมพ์สกรีนแบบกึ่งอัตโนมัติ   โดยจะพิมพ์สีพิมพ์ลงไปบนกระดาษประเภทกระดาษปอนด์หรืออาร์ตมัน  ขึ้นอยู่กับเทคนิคในแต่ละโรงงาน    โดยในการพิมพ์แบบนี้จะมีการพิมพ์งานที่ได้งานจำนวนไม่มากนักและเหมาะกับลาย พิมพ์ที่ไม่มีความละเอียดของลวดลายมากนัก
    - การพิมพ์โดยใช้เครื่อง offset  โดยจะพิมพ์งานที่มีความละเอียดมากๆได้เช่นงานที่เป็นเม็ดสกรีนแต่จะไม่เหมาะ กับการพิมพ์งานที่เป็นสีตาย  และในกระบวนการผลิตจะสามารถพิมพ์งานได้มากกว่าการพิมพ์แบบสกรีน
  - การพิมพ์โดยใช้เครื่องพิมพ์แบบ  inkjet  โดยในการพิมพ์แบบนี้จะมีการพิมพ์ที่มีความละเอียดมากแต่จะมีกำลังการผลิตที่ น้อยกว่าการพิมพ์ในแบบข้างต้น    และในการพิมพ์งานแบบนี้จะเหมาะกับการทำงานส่งตัวอย่างลูกค้ามากกว่าการทำแบบ  production  และเหมาะที่จะทำงานที่เป็น  order  จำนวนน้อย

**ตัวหนังสือสีแดง = งานสกรีนที่ทางร้านใช้อยู่ในปัจจุบัน***

 

ข้อมูลที่แสดงเป็นการรวบรวมจากแหล่งต่างๆ  (กำลังอัพเดทข้อมูล)

 

  SUBLIMATION INKS สีระเหิดพิมพ์ผ้า
วิธีการพิมพ์ผ้าใยสังเคราะห์ (Synthetic Fiber) ที่ทำให้สีติดแน่น และคงสภาพสดใสของสี
ีเอาไว้ได้นานแม้นว่าจะซักหลายครั้งแล้ว นั่นก็คือ การใช้สีพิมพ์ซับบลิเมชั่น หรือ ที่เรียกว่า สีระเหิด สีประเภทนี้จะซึมเข้าสู่เส้นใยสังเคราะห์ได้ดี วิธีการพิมพ์ก็ต้องพิมพ์ บนกระดาษ ทรานสเฟอร์แล้ว นำมารีดบนผ้าอีกครั้งหนึ่ง (Transfer -Print) สีชนิดนี้นิยมใช้พิมพ์เป็นสีพื้น เช่น พิมพ์ลวดลายสี พื้นของผ้ากีฬา เป็นต้น ไม่นิยมพิมพ์ลวดลายกลางอกเสื้อ สีชนิดนี้จะไม่ ปรากฏ เนื้อสีให้เห็น
  

  SOLVENT INKS สีพิมพ์ผ้าสูตรน้ำมัน
สีพิมพ์ผ้าชนิดนี้ใช้พิมพ์ผ้าใยสังเคราะห์ได้ แต่จะปรากฏเนื้อสีให้เห็น สีจะลอยอยู่บนผิวผ้าไม่ซึม เข้าสู่ เส้น ใยเหมาะสำหรับใช้พิมพ์บนผ้าร่ม ผ้าใบ ผ้ากระเป๋า และรองเท้า เป็นต้น เป็นสีพิมพ์ผ้า สูตรน้ำมัน (Solvent Based) ใช้วิธีการพิมพ์ทั้งพิมพ์ตรงและพิมพ์อ้อม (Direct print and Transfer Print) (หากไม่สะดวกในการพิมพ์ด้วยสูตรน้ำมัน สามารถใช้สีพิมพ์ผ้าสูตรน้ำ (Water Based System) แทนได้ ซึ่งสามารถติดแน่นคงทนเช่นกันกรุณา ติดต่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้)  

  HIGH DENSITY PRINTS
เป็นเบสสูตรพลาสติซอล ใช้พิมพ์ให้เห็นเนื้อสีหนา ๆ มี 3 ประเภท คือ WHITE BASE, OPAQUE BASE และ CLEAR สำหรับแบบใสเรียกกันอีกอย่างว่า เจลลี่ พริ้น (Jelly Print) ซึ่งอาจจะพิมพ์ ให้สัน ของลวดลายดูแล้วเหมือนกับเป็นสามมิติ (Three Dimension) หรือมีสันมนโค้งก็ได้ โดย ใช้วิธีเตรียมบล๊อคสกรีนให้กาวถ่ายบล๊อคมีเนื้อหนา นอกจากนี้แล้วยังสามารถนำ สีพิมพ์ผ้าชุดนี้เป็น กาวติดฟอยล์และกำมะหยี่ได้อีกด้วย  

  3D PUFF นูนสามมิติ
เป็นเบสนูนสูตรพลาสติซอล ซึ่งแตกต่างจากเบสนูนทั่วไป คือ เวลาอบความร้อน นูนจะฟูตัวใน ทิศทาง ขนานกับผ้าพิมพ์ ทำให้มีลักษณะเหมือนสามมิติ ได้สันที่เกิดจากการฟูตัวตั้งฉากกับผ้า พิมพ์ วิธีนี้จะ ทำให้ประหยัดต้นทุนและเวลา ในการเตรียมบล๊อคสกรีนในการพิมพ์ High Density Print ได้ด้วย  

  HETRA PEARL SPARK GLITTERS กากเพชรไข่มุขหกเหลี่ยม
เป็นกากเพชรยอดนิยมสำหรับแฟชั่นแนวอเมริกา กากเพชรชนิดนี้เป็นกากเพชรหกเหลี่ยมใส มีลักษณะ คลายน้ำตาล ซึ่งถูกเรียกกันว่า Suger ใช้นำมาตกแต่งสีพิมพ์ผ้า ซึ่งอาจจะพิมพ์ทับบน สีพิมพ์ผ้าสูตร น้ำหรือสีพิมพ์ผ้าสูตรพลาสติซอลก็ได้  

  LASER FOILS ฟอยล์เลเซอร์
ฟอยล์เลเซอร์ให้ความแวววาวเป็นประกาย 7 สี เหลี่อบสีไปมา ได้สวยงามกว่าฟอยล์เงิน/ทองทั่ว ไป มีลักษณะพื้นผิวที่แตกต่างกันออกไปหลายรูปแบบ เช่น ลายเม็ดทราย ลายหยดน้ำค้าง ลาย เหลี่ยมเพชร เป็นต้น ใช้วิธีการพิมพ์แบบกึ่งทรานสเฟอร์ คือ สกรีนกาวฟอยล์ลงบนผ้าก่อน แล้วนำมารีดฟอยล์ทับ ภายหลัง (ชนิดของกาวฟอยล์มีทั้งแบบนูนและไม่นูนทั้งสูตรน้ำและสูตร พลาสติซอล กรุณาติดต่อขอ ทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้)  

  RHINESTONES, RHINESTUDS AND NAILHEADS
เพชร เพชรอลูมิเนียม และหมุดอลูมิเนียม

เป็นวัสดุที่เพิ่มสีสันต์ให้กับงานพิมพ์ผ้าให้งดงามและดูแปลกตามากขึ้น Rhinestones เป็น เพชร สังเคราะห์ที่ทนความร้อนได้มีความแวววาวเหมือนเพชรแท้ Rhinestuds เป็นอลูมิเนียม ที่ถูกปั้ม ขึ้นรูปร่างเหมือนเพชร ส่วน Nailheads เป็นอลูมิเนียมปั้มขึ้นรูปเหมือนหัวหมุด ทั้งหมด จะมีกาว ด้านหลัง ใช้รีดติดกับผ้าได้เลย (Hot Fix)

 

 

 

ประเภทการพิมพ์สกรีน

 

นอกเหนือจากการทอ การย้อม การเพ้นต์แล้ว การตกแต่งลวดลายลงบนผ้าโดยการพิมพ์สกรีนก็ถือเป็นอีกหนึ่งในหลากหลาย กรรมวิธีที่นำมาใช้ในการทำให้เกิดลวดลายบนผ้า โดยผ้าที่ถูกนำมาใช้ในการพิมพ์สกรีนสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ ผ้าหลา(ผ้าม้วน)และผ้าชิ้น(รวมถึงเสื้อสำเร็จรูป) ซึ่งกระบวนการที่ถูกนำมาในการพิมพ์ผ้ามีทั้งที่เป็นแบบใช้เครื่องจักร อัตโนมัติโดยเฉพาะอุตสาหกรรมรมการพิมพ์ผ้าขนาดใหญ่และตามโรงงาน เช่นเครื่องพิมพ์แบบ Rotary Screen, Roller Screen, Flat Bed Screen , Digital Printing เป็นต้น และการพิมพ์ผ้าโดยอาศัยแรงงานคน (Hand Printing ) โดยประเภทการพิมพ์สกรีนลงบนผ้าสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ
1.การพิมพ์โดยตรง (Direct Printing) จะใช้แป้งพิมพ์ซึ่งผสมกับหมึกพิมพ์ตามประเภทที่เหมาะกับเนื้อผ้าและผสมสาร เคมีอื่น ๆ เพื่อช่วยเพิ่มความคมชัดของลายและความเข้มของสี แล้วจึงทำการพิมพ์ตรงลงไปบนเนื้อผ้า ซึ่งการพิมพ์โดยตรงยังสามารถจำแนกตามเทคนิคได้ดังนี้ 
    1.1 การพิมพ์ดิสชาร์จ (Discharge Printing) เทคนิคนี้ใช้กับการพิมพ์ลวดลายบนผ้าที่ถูกย้อมสีมาก่อนแล้ว โดยใช้สารกำจัดสี(Discharging agent) เพื่อทำลายสีพื้นของผ้าที่ถูกย้อมทำให้เกิดเป็นลวดลายสีขาว(White discharge) ในกรณีที่ต้องการให้เกิดลวดลายสีอื่น ๆ (color discharge) จะเติมสีซึ่งมีคุณสมบัติทนต่อสารกำจัดสีผสมลงไป เมื่อทำการพิมพ์ ลวดลายสีพื้นของผ้าย้อมจะถูกทำลายแต่สีที่เติมลงไปคงอยู่และเข้าไปแทนที่สี ที่ถูกกัด เมื่อไปผ่านกระบวนการอบและซักแห้งแล้วจึงจะเห็นเป็นลวดลายปรากฏ 
 
    1.2 การพิมพ์รีซิส (Resist Printing) เป็นการพิมพ์ลายโดยผสมสารกันสี (Resisting agent) ลงในแป้งพิมพ์เพื่อป้องกันสีย้อมซึ่งจะถูกย้อมหรือพิมพ์ทับในภายหลัง หลังจากย้อมและนำไปซักจะเห็นเป็นลวดลายพิมพ์สีขาว (White Resist) ตรงส่วนที่พิมพ์ลายกันสีไว้ และหากต้องการให้เกิดลวดลายสี (Color Resist) จะเติมสีที่ต้องการผสมลงไปในแป้งพิมพ์พร้อมสารกันสีแล้วจึงพิมพ์ลายก่อนนำไป ย้อม วิธีการนี้นิยมใช้กันในการทำผ้าบาติก
 
    1.3 การพิมพ์เบิร์นเอ๊าท์ (Burn-Out Printing) เป็นการทำให้เกิดลวดลายบนเนื้อผ้าที่มีเส้นใยผสม 2 ชนิด ด้วยการผสมสารเคมีที่มีคุณสมบัติทำลายเส้นใยของผ้าลงในแป้งพิมพ์ เพื่อทำให้เส้นใยชนิดใดชนิดหนึ่งที่ถูกทำลายเกิดเป็นลวดลาย
 
    1.4 การพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดิจิตอล (Digital printing) เป็นการพิมพ์ผ้าโดยใช้เครื่องพิมพ์ที่อาศัยหลักการเดียวกับการพิม์กระดาษ ด้วยเครื่อง Printer ทั่วไป เพียงแต่เปลี่ยนจากกระดาษมาเป็นพิมพ์ตรงลงบนเนื้อผ้า ซึ่งกระบวนการพิมพ์ผ้าด้วยเครื่องพิมพ์ดิจิตอลปัจจุบันมีทั้งที่ใช้ในโรงงาน อุตสาหกรรมและใช้พิมพ์เสื้อสำเร็จรูป ซึ่งการพิมพ์โดยด้วยเครื่องดิจิตอลจำเป็นต้องนำผ้าไปผ่านกระบวนการ Pre-Treat ก่อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพิมพ์และต้องมีการอบเคลือบสีหลังจากการพิมพ์ (finishing)เพื่อให้หมึกพิมพ์ติดทนบนเนื้อผ้า 
2. การพิมพ์แบบอ้อม (Indirect Print) หรือ แบบถ่ายโอนความร้อน Heat Transfer เป็นเทคนิคการพิมพ์โดยวิธีการพิมพ์ลายลงบนกระดาษ แล้วนำไปผ่านกระบวนการกดหรือรีดด้วยความร้อน ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ
    แบบที่ 1 อาศัยหลักการระเหิดของหมึก (Dye sublimation) การพิมพ์วิธีนี้จะใช้การพิมพ์ลายลงบนกระดาษโฟโต้อิงค์เจ็ทที่ใช้สำหรับพิมพ์ ภาพถ่ายทั่วไป โดยใช้หมึกดูราซับ (Durasub) ซึ่งเป็นหมึกประเภทที่มีคุณสมบัติในการระเหิดของสีเมื่อโดนความร้อน (Sublimation Ink) ส่วนเครื่องพิมพ์จะต้องเป็นเครื่องอิงค์เจ็ทที่รองรับหมึกที่มีความเข้มข้น สูงอย่าง Sublimation ink เมื่อพิมพ์ลงบนกระดาษแล้วนำไปกดทับด้วยเครื่องรีดความร้อนหมึกจะระเหิด กลายเป็นไอเกาะติดและย้อมลงไปบนเส้นใยผ้าเกิดเป็นลวดลาย โดยหมึกประเภทนี้จะมีคุณสมบัติทนต่อการซักล้างและทนแดด เหมาะกับการพิมพ์ผ้าที่มีสีอ่อนและผ้าใยสังเคราะห์โพลีเอสเตอร์หรือไนล่อน 
    แบบที่ 2 อาศัยกาวเป็นตัวยึดเกาะ โดยการพิมพ์ลงบนกระดาษหรือฟิลม์โดยมีกาวเคลือบ เมื่อนำไปรีดความร้อนกาวจะเป็นตัวยึดเกาะระหว่างสีกับเนื้อผ้า ซึ่งการพิมพ์โดยวิธีนี้ถูกนำไปใช้ในหลายประเภทงานพิมพ์เนื่องจากหมึกพิมพ์ สามารถใช้ได้กับหลากหลายชนิดงานพิมพ์ เช่น งานพิมพ์ออฟเซต , งานพิมพ์กราเวียร์, งานพิมพ์สกรีน และ งานพิมพ์อิงค์เจ็ต ซึ่งแต่ล่ะประเภทงานก็มีความแตกในเรื่องของความละเอียดความคมชัดของงานและ ปริมาณที่จะพิมพ์ โดยในงานพิมพ์อิงค์เจ็ตจะใช้กระดาษทรานเฟอร์ซึ่งเป็นกระดาษชนิดพิเศษที่มี การเคลือบกาว แล้วใช้หมึกพิมพ์อิงค์เจ็ทธรรมดาหรือหมึกกันน้ำ(ดูราไบท์)พิมพ์ลงบนกระดาษ ทรานเฟอร์ด้วยเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท แล้วจึงนำไปรีดด้วยเครื่องรีดความร้อน กาวจะเป็นตัวยึดเกาะระหว่างหมึกพิมพ์กับเส้นใยของผ้า ซึ่งวิธีนี้จะเหมาะกับผ้าการพิมพ์ลงบนผ้า cotton 100 % 


ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด
รหัสป้องกันสแปม CAPTCHA Image



 *


รายละเอียดผลิตภัณฑ์

เรื่องของการสกรีนเสื้อ5
เรื่องของการสกรีนเสื้อ2
เรื่องของการสกรีนเสื้อ1



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

 open daily : Mon.-Sat. 7.30-17.00 Sun. 7.30-14.30
ติดต่อพระราม2. 
0864180842 0803008129 0864180824 0830693441
ติดต่อโบ๊เบ๊       
0899217390 0845525325 0899217205 0865064823
 line id 
rama2 42dan2 pnok2dan42 (พัด) 42dan3 (พล)
bobae 42kaopod(ข้าวโพด) 42okok (ข้าวโพด) 42dan (ออม)
bobae 42dan-mei (เหมย) 42dan-mei1 (เหมย) 42dan1 (ออม)

สาขาโบ๊เบ๊ : ห้อง 498/582 ชั้น 4 โบ๊เบ๊ทาวเวอร์ 2 แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. 10100 ดูแผนที่
สาขาพระราม2 :  เลขที่ 77/864-865 ซ.สะแกงาม ถ.สะแกงาม แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. 10150 ดูแผนที่

ร้าน 42
498/582 ชั้น 4 zone 8c โบ๊เบ๊ทาวเวอร์ 2 ถ.ดำรงรักษ์ แขวงคลองมหานาค กรุงเทพมหานคร 10100
fax: 02-3048582

E-mail:  42okok@gmail.com

E-mail2: :  dan42dan@gmail.com

Powered by  MyPagerank.Net